💡

คำตอบสั้นๆ

ไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน — ตั้งแผนตามความเสี่ยงและสภาพจริงของผู้ป่วย ตั้งช่วงเริ่มต้นร่วมกับพยาบาลจากความเสี่ยงผิว การเคลื่อนไหว ที่นอน และความสบาย แล้วปรับตามการตอบสนองจริง ตั้งเวลาเตือนแทนการพึ่งความจำ และพลิกตัวถูกวิธีสำคัญพอๆ กับความถี่

สิ่งที่ควรบันทึกไว้คุยกับพยาบาลหรือแพทย์

  • ท่าที่ใช้จริงในแต่ละช่วง และท่าที่ผู้ป่วยอยู่นานที่สุด
  • ตำแหน่งที่พบรอยแดง ความร้อน ความแข็ง บวม หรือความเจ็บ พร้อมวันที่พบ
  • รอยแดงนั้นจางลงหลังลดแรงกดหรือไม่ และใช้เวลาต่างจากครั้งก่อนอย่างไร
  • ท่าที่ผู้ป่วยบอกว่าเจ็บหรือทนไม่ได้ และท่าที่หลับได้ดี
  • อุปกรณ์รองรับที่ใช้อยู่ และช่วงที่ทำตามแผนไม่ได้ พร้อมเหตุผล
  • อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ติดตัว เช่น สาย ท่อ หรือเฝือก ที่อาจกดผิว

การพลิกตัวสม่ำเสมอคือหัวใจของการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ไม่มีที่นอนลมราคาแพงหรืออุปกรณ์ใดทดแทนได้จริง ๆ แต่การพลิกตัว "ถูกวิธี" ก็สำคัญพอๆ กับความถี่ เพราะถ้าพลิกผิดท่าก็ยังเพิ่มแรงกดบนจุดเดิมอยู่ดี

บทความนี้จะตอบทั้งสองคำถาม: พลิกบ่อยแค่ไหน และพลิกยังไงให้ถูกต้อง

ตั้งแผนพลิกตัวเฉพาะบุคคล — ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน

ตามแนวทางสากล (เช่น NICE) ความถี่พลิกตัวควรกำหนดจากการประเมินความเสี่ยงรายบุคคล ไม่ใช่กฎตายตัว ตัวแปรสำคัญได้แก่ ความเสี่ยงของผิวและประวัติแผลเดิม ความสามารถขยับตัวเอง ความเจ็บปวดและความทนต่อท่า การไหลเวียนเลือด ชนิดของที่นอนหรือ support surface และเป้าหมายการดูแล หน้านี้จึงไม่ให้ตารางเวลาสำเร็จรูป แต่แสดงปัจจัยที่ใช้กำหนดแผนด้านล่าง เพื่อให้คุณคุยกับพยาบาลหรือแพทย์ได้ตรงจุดและตั้งแผนเฉพาะของผู้ป่วยเอง

ปัจจัยที่ 1

ระดับความเสี่ยง และประวัติแผลเดิม

ผู้ที่เคยมีแผลกดทับ มีแผลอยู่ หรือถูกประเมินว่าเสี่ยงสูง มักต้องการแผนที่เข้มกว่าผู้ที่เสี่ยงต่ำ

ปัจจัยที่ 2

การตอบสนองของผิว

รอยแดงที่จางช้า ผิวร้อน แข็ง บวม หรือสีเปลี่ยนหลังเปลี่ยนท่า เป็นสัญญาณให้ทบทวนแผนร่วมกับพยาบาล

ปัจจัยที่ 3

ความสามารถในการขยับตัวเอง

ผู้ที่ขยับเปลี่ยนท่าเองได้บ้าง ต่างจากผู้ที่ขยับเองไม่ได้เลย แผนจึงไม่ควรเหมือนกัน

ปัจจัยที่ 4

ความเจ็บปวดและความสบาย

ท่าที่เจ็บหรือทนไม่ได้จะทำให้แผนไม่ยั่งยืน ควรบันทึกความไม่สบายและแจ้งทีมรักษา

ปัจจัยที่ 5

อุปกรณ์รองรับที่ใช้อยู่

ที่นอนหรือเบาะลดแรงกดช่วยกระจายแรงกด แต่ไม่ยืดรอบการเปลี่ยนท่าและไม่แทนการประเมินผิว

ปัจจัยที่ 6

การนอนหลับและจังหวะกลางคืน

คุณภาพการนอนเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล จังหวะกลางคืนควรตกลงกับทีมรักษา ไม่ใช่ตั้งเองจากตัวเลขทั่วไป

ปัจจัยที่ 7

อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ติดตัว

สายให้อาหาร สายสวน ท่อออกซิเจน หรือเฝือก อาจกดผิวและจำกัดท่าที่ใช้ได้ ต้องตรวจบริเวณที่อุปกรณ์สัมผัสด้วย

ปัจจัยที่ 8

แผนของทีมรักษา

แผนที่พยาบาลหรือแพทย์กำหนดให้ผู้ป่วยคนนี้คือสิ่งที่ใช้จริง หน้านี้ช่วยให้คุณเข้าใจและคุยกับทีมได้ตรงจุดเท่านั้น

รู้ได้อย่างไรว่าช่วงห่างนานเกินไป

สัญญาณที่บอกว่าควรร่นช่วงพลิกตัวให้ถี่ขึ้น: รอยกดหรือรอยแดงที่จางช้าหลังเปลี่ยนท่า ผู้ป่วยแสดงความไม่สบายหรือขยับหนีท่าเดิม เหงื่อออกหรือผิวอับชื้นบริเวณจุดกด และการเปลี่ยนแปลงของสี อุณหภูมิ หรือความแข็งของผิว — ถ้าพบสิ่งเหล่านี้ซ้ำ ๆ ให้บันทึกและปรึกษาพยาบาลเพื่อปรับแผน

ท่าที่ต้องสลับกัน และมุมที่ถูกต้อง

การตะแคงเต็มอาจเพิ่มแรงกดตรงสะโพกและหัวไหล่ในบางคน ท่าตะแคงเอียงราว 30 องศา เป็นทางเลือกที่ใช้กันบ่อย แต่ควรปรับให้ผู้ป่วยสบาย ไม่ไหลลงเตียง และสอดคล้องกับสภาพผิวและ care plan

🛌

นอนหงาย (Supine)

ท่าเริ่มต้น รองหมอนใต้น่องเพื่อให้ส้นเท้าลอย ยกหัวเตียงขึ้นไม่เกิน 30 องศาถ้าเป็นไปได้ ระวังบริเวณกระเบนเหน็บและส้นเท้าโดยเฉพาะ

⚠️ ห้ามนอนราบสนิท 0 องศา ถ้าป้อนอาหารหรือมีท่อช่วยหายใจ
↩️

นอนตะแคงซ้ายแบบเอียงเล็กน้อย

ใช้หมอนหนุนหลังและระหว่างเข่าเพื่อลดการกดตรงปุ่มกระดูก ท่าราว 30 องศาเป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้กันบ่อย แต่ปรับได้ตามความทนและแผนดูแล

💡 ดูผิว ความสบาย และแนวลำตัวร่วมกัน ไม่ยึดตัวเลขมุมอย่างเดียว
↪️

นอนตะแคงขวาแบบเอียงเล็กน้อย

เหมือนตะแคงซ้าย สลับข้างกัน วนรูปแบบ หงาย → ตะแคงซ้าย → หงาย → ตะแคงขวา → วนซ้ำ ทุกครั้งที่พลิกให้ตรวจจุดเสี่ยงด้วย

🪑

นั่งพิงหัวเตียง 30–45 องศา (ถ้าทำได้)

ท่านั่ง/เอนอาจช่วยเรื่องการหายใจและการกินในผู้ป่วยบางราย ตามแผนของทีมรักษา — แต่ท่านั่งเพิ่มแรงกดที่กระเบนเหน็บ จึงต้องเปลี่ยนท่าเป็นระยะตามความทนของผู้ป่วย ไม่ปล่อยให้นั่งต่อเนื่องนาน

⚠️ อย่าให้ผู้ป่วยไหลลงมาจากหัวเตียง แรงเฉือน (Shear) ทำลายผิวได้มาก

การดูแลความชื้นและลดแรงเสียดสีช่วยรักษาสภาพผิว แต่ไม่ทดแทนการลดแรงกด การเปลี่ยนท่า และ support surface ที่เหมาะสม อ่านเพิ่มเติมได้ที่ วิธีดูแลผิวผู้ป่วยติดเตียงแบบครบจุด →

วิธีพลิกตัวที่ถูกต้อง ไม่ทำให้ผิวเสียหาย

⚠️

ความปลอดภัยของคนพลิกและผู้ป่วย

อย่าลากตัวผู้ป่วยไปกับที่นอนเพราะแรงเสียดสีทำร้ายผิว ให้ใช้ผ้ารองยกหรืออุปกรณ์ช่วย และถ้าผู้ป่วยตัวใหญ่ ขยับเองไม่ได้ หรือมีสาย/อุปกรณ์ติดตัว ควรใช้สองคนช่วยกันหรือขอคำแนะนำการเคลื่อนย้ายที่ปลอดภัยจากนักกายภาพหรือพยาบาลก่อน

1

บอกผู้ป่วยก่อนเสมอ

แม้ผู้ป่วยจะตอบสนองน้อย ให้บอกว่าจะพลิกตัวก่อนทุกครั้ง ช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและร่วมมือได้ดีขึ้น

2

ยกขึ้น อย่าลาก

ถ้าลากบนที่นอน แรงเสียดสีทำให้ผิวถลอกได้ทันที ให้งอเข่าขึ้นก่อน แล้วค่อยๆ กลิ้งทั้งตัวพร้อมกัน ถ้าทำคนเดียวลำบากให้ใช้แผ่นลื่นช่วย หรือขอคนช่วย

💡 แผ่น Slide Sheet ช่วยลดแรงเสียดสีได้มากเมื่อต้องเลื่อนตัวผู้ป่วย
3

ตรวจจุดเสี่ยงทุกครั้งที่พลิก

ใช้เวลา 1–2 นาทีตรวจผิวบริเวณที่เพิ่งเปลี่ยนท่า — กระเบนเหน็บ ส้นเท้า สะโพก สะบัก ถ้าเห็นรอยแดงที่กดนิ้วแล้วไม่จาง รีบดูแลตามแนวทาง แผลกดทับระยะ 1 →

4

จัดหมอนรองให้ถูกต้อง

ตะแคงซ้ายหรือขวา: หมอนหนุนหลัง + หมอนระหว่างเข่า | นอนหงาย: หมอนใต้น่องให้ส้นเท้าลอย

สร้างระบบพลิกตัวที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดไม่ใช่ "ไม่รู้ว่าต้องพลิก" แต่คือ "ลืมพลิกเพราะยุ่งกับงานอื่น" ระบบง่ายๆ เหล่านี้ช่วยได้จริง

  • ตั้งนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ ตามช่วงเวลาของแผนพลิกตัว ตั้งชื่อว่า "พลิกตัว" เพื่อเตือนความจำ
  • บันทึกในกระดาษข้างเตียง จดเวลาพลิกตัวล่าสุดและท่าที่อยู่ ช่วยให้คนที่สลับกันดูแลรู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้ว
  • ผูกกิจวัตรเข้าด้วยกัน เช่น เชื่อมการเตือนเข้ากับกิจวัตร โดยยังยึดความถี่และท่าตามแผนเฉพาะบุคคล
  • ถ้าดูแลคนเดียว แจ้งให้คนในบ้านรู้ว่าช่วงไหนต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน

หลายบ้านพบว่าพอมีระบบที่ชัดเจน ความกังวลเรื่องแผลกดทับลดลงมาก เพราะรู้ว่าทำตามระบบแล้วและมีหลักฐาน ไม่ต้องเดาเอาเองว่าพลิกตัวพอหรือยัง

🚨

พลิกตัวแล้วยังเกิดแผล ต้องทำอะไร

ถ้าพลิกตัวตามกำหนดแล้วยังเกิดรอยแดงหรือแผลกดทับ อาจหมายความว่าต้องพลิกบ่อยขึ้น หรือมีปัญหาอื่นเช่นโภชนาการไม่เพียงพอ ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลเพื่อประเมินและปรับแผนการดูแล

ตัวช่วยลดความชื้น ลดการเสียดสีของผิว

การดูแลความชื้นและลดแรงเสียดสีช่วยรักษาสภาพผิว แต่ไม่ทดแทนการลดแรงกด การเปลี่ยนท่า และ support surface ที่เหมาะสม ดูแนวทางดูแลผิวเพิ่มเติมได้ที่นี่

ผลิตภัณฑ์กลุ่ม skin barrier ใช้กับผิวที่ยังไม่มีแผลเปิดเท่านั้น ไม่ใช่ยา ไม่ใช่การรักษาแผลกดทับ และไม่ใช้แทนการพลิกตัว การทำความสะอาด หรือคำแนะนำของแพทย์/พยาบาล

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน — ความถี่ควรตั้งเป็นรายบุคคลจากความเสี่ยงผิว การเคลื่อนไหว ชนิดที่นอน ความสบาย และสภาพผู้ป่วย โดยเริ่มจากช่วงที่ทีมสุขภาพแนะนำสำหรับผู้ป่วยคนนี้ แล้วปรับตามการตอบสนองของผิวจริง ที่นอนลมช่วยกระจายแรงกดแต่ไม่แทนการพลิกตัว การปรับความถี่ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลก่อน การพลิกตัวสม่ำเสมอคือสิ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการป้องกันแผลกดทับ
ให้ผู้ดูแลช่วยพลิกตัวตามแผนที่ตั้งไว้ และใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น ราวจับข้างเตียง สายพยุงตัว และที่นอนลมสลับแรงดัน ที่สำคัญคือต้องมีระบบ เช่น ตั้งนาฬิกาปลุก บันทึกเวลา เพื่อไม่ให้ลืม
ท่าตะแคงเอียงราว 30 องศาเป็นตัวเลือกที่ใช้กันบ่อยเพื่อลดการกดตรงปุ่มกระดูกสะโพก แต่ไม่ใช่มุมบังคับสำหรับทุกคน ใช้หมอนช่วยพยุงและปรับมุมตามความสบาย สภาพผิว ข้อจำกัดการเคลื่อนไหว และแผนของทีมรักษา