การดูแลผู้ป่วย · ท่านอน

จัดท่านอนผู้ป่วยติดเตียงอย่างไร
ให้สบายและลดแรงกดตามสภาพแต่ละคน

ท่าหงาย ตะแคง 30 องศา เอนศีรษะ — แต่ละท่าเสี่ยงคนละจุด รู้ไว้ก่อนจะได้ป้องกันได้ถูก

📅 ทบทวนล่าสุด 27 กรกฎาคม 2569 · แหล่งอ้างอิงหลัก: NICE Guideline CG179 (Pressure ulcers), NICE Quality Standard QS89, แนวทาง NHS เรื่อง pressure sores ⏱ อ่าน 8 นาที 🛏️ ท่านอน
ผู้ป่วยติดเตียงหลายคนนอนท่าเดิมซ้ำๆ ทุกวัน เพราะไม่รู้ว่าแต่ละท่ากำลังสร้างความเสียหายที่จุดไหนอยู่
ท่าตะแคงเต็มอาจเพิ่มแรงกดบริเวณสะโพกด้านข้างในบางคน ท่าตะแคงเอียงราว 30 องศาเป็นตัวเลือกที่ใช้กันบ่อย แต่ควรปรับมุมและหมอนรองตามความสบาย สภาพผิว การหายใจ และแผนเฉพาะบุคคล

สถานการณ์จำลองเพื่อชี้ประเด็น: หลายบ้านจัดท่าตะแคงเต็มเพราะเข้าใจว่าเป็นการเลี่ยงแรงกดที่ก้นกบ ประเด็นที่ตัวอย่างนี้ต้องการชี้คือ การย้ายแรงกดไม่ได้แปลว่าแรงกดหายไป เพียงแต่ย้ายไปอยู่ที่จุดใหม่ ซึ่งในท่าตะแคงเต็มคือปุ่มกระดูกสะโพกด้านข้าง การเลือกท่าจึงต้องดูว่าแรงกดไปตกที่ไหน และตรวจจุดนั้นด้วย

ท่านอนแต่ละท่ากดผิวคนละจุด — จึงต้องเลือกตามเป้าหมายและข้อจำกัดของแต่ละคน

ทุกท่านอนมีจุดที่ร่างกายกดทับพื้นผิวแตกต่างกัน การรู้จุดเสี่ยงของแต่ละท่าช่วยให้วางแผนการพลิกตัวและใช้หมอนรองได้ตรงจุด ไม่ใช่พลิกตัวแบบสุ่ม

หลายบ้านจะเจอแบบนี้ — พลิกตัวสม่ำเสมอแต่ยังเกิดแผลกดทับ เพราะพลิกซ้ำท่าเดิมสองรอบติดกัน หรือตะแคงในมุมที่ผิดจนยังกดทับจุดเดิมอยู่ดี

ผู้ดูแลตรวจความสบายของผู้สูงอายุในท่านอนตะแคงที่มีหมอนรอง
ท่านอนเป็นตัวเลือกที่ต้องปรับ ไม่ใช่สูตรเดียวสำหรับทุกคน
หลักใช้ข้อมูลอย่างปลอดภัย: ที่นอนหรือพื้นผิวกระจายแรงกดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนดูแล ไม่ใช้แทนการเปลี่ยนท่า และไม่ควรปรับความถี่การเปลี่ยนท่าเอง โดยไม่มีการประเมินเฉพาะบุคคล

3 ท่านอนหลัก — จุดเสี่ยงและวิธีป้องกัน

🔼

ท่านอนหงาย (Supine)

ใช้บ่อยสุด
ก้นกบ ⚠ หมอนรองหัว ✓ หมอนรองน่อง ✓ ส้นเท้า ⚠

ท่าที่ใช้บ่อยที่สุด แต่กดทับก้นกบและส้นเท้าโดยตรง ต้องจัดหมอนรองให้ถูกต้องเพื่อลดแรงกด

⚠ จุดเสี่ยง

  • ก้นกบ / กระเบนเหน็บ
  • ส้นเท้า (เสี่ยงสูงมาก)
  • ท้ายทอย
  • บ่า / สะบัก
✓ วิธีป้องกัน
  • รองหมอนใต้น่อง ไม่ใช่ใต้ส้นเท้า
  • ใช้ที่นอนลมลดแรงกด
  • หมอนหนุนหัวไม่แข็งเกินไป
  • เปลี่ยนท่าตามแผนเฉพาะบุคคล และเร็วขึ้นหากผิวหรือความสบายเปลี่ยนไป
↗️

ท่าตะแคง 30 องศา (Semi-Lateral)

แนะนำสูงสุด
หมอนรองหลัง (ค้ำ 30°) ✓ 30° หมอนคั่นขา ✓ ไม่กดสะโพกโดยตรง ✓

ท่าที่มักพิจารณา เพราะไม่กดทับสะโพกโดยตรง แรงกดกระจายไปบริเวณหลังส่วนล่าง ไม่ใช่จุดที่กระดูกนูน

⚠ จุดเสี่ยง

  • ข้อเท้าด้านใน (ถ้าไม่คั่นขา)
  • ข้อเข่าด้านใน
  • หูด้านที่หันลง
✓ วิธีป้องกัน
  • ใช้หมอนค้ำหลังให้ได้มุมที่ผู้ป่วยทนได้และไม่กดตรงปุ่มกระดูก
  • คั่นหมอนนุ่มระหว่างขาทุกครั้ง
  • ท่าราว 30 องศาเป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้กันบ่อย ไม่ใช่ข้อบังคับตายตัว
  • สลับซ้าย-ขวาสม่ำเสมอ
💡 สำคัญมาก: ท่าตะแคง 90 องศาเต็มทำให้น้ำหนักทั้งตัวลงที่สะโพกด้านข้างโดยตรง ซึ่งมีกระดูกนูนออกมาและเสี่ยงแผลกดทับสูงมาก ควรหลีกเลี่ยงท่านี้
📐

ท่าเอนศีรษะสูง 30–45 องศา (Semi-Fowler)

เฉพาะกรณี
30–45° ก้นกบ ⚠ หมอนรองขา ✓

มักใช้ในผู้ที่มีปัญหาการกลืน กรดไหลย้อน หรือการหายใจ — มุมที่เหมาะสมและช่วงเวลาที่ใช้ท่านี้ควรเป็นไปตามคำแนะนำของทีมรักษาของผู้ป่วยแต่ละคน เพราะการยกศีรษะสูงเพิ่มแรงกดและแรงเลื่อนที่ก้นกบ

⚠ จุดเสี่ยง

  • ก้นกบ (แรงกดเพิ่มขึ้นจากการเลื่อนตัว)
  • ส้นเท้า
  • ผิวลื่นไถลทำให้ผิวเสียดสี
✓ วิธีป้องกัน
  • ไม่เอนเกิน 30 องศาถ้าไม่จำเป็น
  • รองหมอนใต้น่องให้ส้นเท้าลอย
  • รองหมอนที่เข่าเล็กน้อยป้องกันเลื่อน
  • ใช้เฉพาะตอนให้อาหาร ไม่ใช่ท่านอนหลัก
⚠️ การเอนเตียงเกิน 30 องศาเพิ่มแรงเฉือนที่ก้นกบมาก ผิวถูกดึงในสองทิศทางพร้อมกัน ทำให้เนื้อเยื่อชั้นลึกเสียหายโดยไม่เห็นแผลจากภายนอก

คู่มือใช้หมอนรองสำหรับแต่ละท่า

หมอนไม่ได้มีไว้แค่หนุนหัว — แต่ละใบมีหน้าที่เฉพาะในการป้องกันแผลกดทับ

🛏️

หมอนหนุนศีรษะ

ความหนาพอดี ไม่ดันคอไปข้างหน้าจนหายใจลำบาก ไม่แบนจนหัวห้อย

ใช้ทุกท่า
🪵

หมอนค้ำหลัง (30 องศา)

รองใต้หลังส่วนล่างเพื่อค้ำให้ได้มุม 30 องศา ไม่ใช่วางข้างๆ แบบหลวมๆ

ท่าตะแคง 30°
🦵

หมอนรองใต้น่อง

รองใต้น่องทั้งสองข้างให้ส้นเท้าลอยพ้นพื้นที่นอน ไม่ใช่รองใต้ส้นเท้าโดยตรง

ท่าหงาย / เอนศีรษะ
🤝

หมอนคั่นระหว่างขา

วางระหว่างเข่าถึงข้อเท้า ป้องกันข้อเท้าและเข่ากดทับกันเอง ใช้หมอนนุ่ม ไม่ใช่ของแข็ง

ท่าตะแคง
💪

หมอนรองใต้แขน

สำหรับผู้ป่วยที่มีแขนอ่อนแรง รองใต้แขนข้างที่อ่อนแรงในท่าหงายหรือตะแคง

เฉพาะกรณี
🦶

แผ่นรองส้นเท้า / foot cradle

ถ้ามีงบสำหรับผู้ป่วยที่ส้นเท้าเสี่ยงสูง อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผ้าห่มไม่กดทับส้นเท้าด้วย

ท่าหงาย (ผู้ป่วยเสี่ยงสูง)
💧

จุดที่มักถูกลืมในการจัดท่านอนคือ ผิวบริเวณก้นและต้นขาที่สัมผัสกับผ้าปูที่นอนต่อเนื่องตลอดคืน แม้จะจัดท่านอนเหมาะสมแล้ว ความชื้นจากเหงื่อที่สะสมก็ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องดูแลควบคู่กัน การดูแลผิวก่อนนอนควบคู่กับการจัดท่าที่ถูกต้องจึงสำคัญพอๆ กัน

ตัวอย่างตารางสลับท่า — ปรับช่วงเวลาตามแผนพลิกตัวของผู้ป่วย

ตารางนี้เป็นตัวอย่างการหมุนเวียนท่าเพื่อไม่ให้จุดใดสะสมแรงกดต่อเนื่องและไม่พลิกซ้ำท่าเดิมสองรอบติดกัน — เวลาที่แสดงเป็นเพียงตัวอย่าง ความถี่จริงต้องตั้งเป็นรายบุคคลตามความเสี่ยงผิว ความสบาย และคำแนะนำของทีมสุขภาพ (อ่านวิธีตั้งแผนที่ ควรพลิกตัวบ่อยแค่ไหน)

รอบ ท่า จุดที่พักจากแรงกด จุดที่ต้องระวัง
รอบ 1
06:00
หงาย สะโพกทั้งสองข้าง ก้นกบ ส้นเท้า → รองหมอนใต้น่อง
รอบ 2
08:00
ตะแคงซ้าย 30° ก้นกบ ส้นเท้า ข้อเท้าขวา → คั่นหมอนระหว่างขา
รอบ 3
10:00
หงาย สะโพกทั้งสองข้าง ก้นกบ ส้นเท้า → รองหมอนใต้น่อง
รอบ 4
12:00
เอนศีรษะ 30° (ตอนกินข้าว) ก้นกบ (เพิ่มขึ้น) → ไม่เกิน 30° และไม่นานเกิน 1 ชม.
รอบ 5
14:00
ตะแคงขวา 30° ก้นกบ ส้นเท้า ข้อเท้าซ้าย → คั่นหมอนระหว่างขา
รอบ 6
20:00 (นอนหลับ)
หงาย หรือตะแคง 30° ตั้ง alarm ตี 2 พลิกตัวกลางดึก
รอบ 7
02:00 (กลางดึก)
สลับจากรอบก่อน ตรวจผ้าอ้อมและผิวเร็วๆ
💡 จำง่าย: หงาย → ตะแคงซ้าย → หงาย → ตะแคงขวา → วนซ้ำ อย่าตะแคงซ้ายสองรอบติดกัน และอย่าลืมรอบกลางดึก — อ่านเพิ่มเติมที่ ควรพลิกตัวบ่อยแค่ไหน

ข้อควรระวังที่พบบ่อย

สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการจัดท่านอน

✅ ควรทำ

  • สลับท่าหลากหลายตามแผนพลิกตัวของผู้ป่วย ไม่ซ้ำท่าเดิมสองรอบติดกัน
  • ตะแคงที่ 30 องศา ไม่ใช่ 90 องศาเต็ม
  • รองหมอนใต้น่องให้ส้นเท้าลอย
  • คั่นหมอนนุ่มระหว่างขาทุกครั้งที่ตะแคง
  • ตรวจมุมด้วย app หรือไม้โปรแทรกเตอร์
  • พลิกตัวกลางดึกตามตาราง

❌ ไม่ควรทำ

  • ตะแคง 90 องศาเต็ม
  • เอนเตียงเกิน 30 องศานานกว่า 1 ชั่วโมง
  • พลิกตัวซ้ำท่าเดิมสองรอบติดกัน
  • รองหมอนใต้ส้นเท้าโดยตรง
  • ใช้หมอนนิ่มมากค้ำหลัง (ยุบเร็ว)
  • ลืมรอบพลิกตัวกลางดึก

ท่านอนที่ดีได้ผลยิ่งขึ้น ถ้าควบคู่กับสิ่งเหล่านี้

ท่านอนถูกต้องเป็นเสาหนึ่ง แต่การป้องกันแผลกดทับต้องทำงานหลายด้านพร้อมกัน

⚠️ ถ้าจัดท่านอนถูกต้องแล้วแต่ยังมีรอยแดงหรือแผลเกิดขึ้น ควรพบแพทย์หรือพยาบาลเพื่อประเมินใหม่ บางครั้งอาจมีปัจจัยทางการแพทย์ที่ทำให้ผิวเสี่ยงกว่าปกติ เช่น ภาวะขาดสารอาหาร เบาหวาน หรือการไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี

สรุปสำหรับคนดูแล — ตัดสินใจง่ายๆ

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีท่าใดท่าหนึ่งที่เหมาะสมสำหรับทุกคน สิ่งสำคัญคือการสลับท่าตามแผนพลิกตัวที่ตั้งเป็นรายบุคคล เพื่อไม่ให้จุดใดถูกกดทับนานเกินไป ท่าหงายมีจุดกดบริเวณก้นกบและส้นเท้า ท่าตะแคงเอียงประมาณ 30 องศาช่วยเลี่ยงการกดทับปุ่มกระดูกสะโพกโดยตรงได้ดีกว่าตะแคง 90 องศา ส่วนการยกศีรษะสูงสำหรับผู้ที่กลืนลำบาก ให้อาหารทางสาย หรือมีปัญหาการหายใจ ควรใช้มุมและช่วงเวลาตามคำแนะนำของทีมรักษาโดยเฉพาะ
การตะแคงเอียงราว 30 องศาเป็นตัวเลือกที่ใช้กันบ่อยเพื่อลดการกดตรงปุ่มกระดูกสะโพก แต่ไม่ใช่มุมบังคับสำหรับทุกคน ควรปรับตามความสบาย การหายใจ อาการปวด ข้อจำกัดการเคลื่อนไหว สภาพผิว และแผนของทีมรักษา
ขั้นต่ำที่แนะนำคือ 3–4 ใบ ได้แก่ หมอนหนุนศีรษะ 1 ใบ หมอนรองหลังสำหรับท่าตะแคง 1 ใบ หมอนคั่นระหว่างขา 1 ใบ และหมอนรองใต้น่องสำหรับยกส้นเท้า 1 ใบ แต่ละใบมีหน้าที่เฉพาะและขาดไม่ได้ โดยเฉพาะหมอนรองใต้น่องที่หลายบ้านมักลืมและเป็นสาเหตุของแผลกดทับที่ส้นเท้า
เรียบเรียงโดย BedriddenCare · ตรวจทานโดย ทีมวิชาการ Genki House · ทบทวนล่าสุด 27 กรกฎาคม 2569
แหล่งอ้างอิงหลักของหน้านี้
1. NICE. Pressure ulcers: prevention and management (CG179) — National Institute for Health and Care Excellence, เข้าถึง ก.ค. 2026
2. NICE. Pressure ulcers Quality Standard QS89 — Advice on repositioning — เข้าถึง ก.ค. 2026
3. EPUAP/NPIAP/PPPIA. International Guideline — Repositioning และ Support Surfaces — เข้าถึง ก.ค. 2026