การดูแลผู้ป่วย · สุขอนามัย

วิธีเปลี่ยนเสื้อผ้าผู้ป่วยติดเตียง
อย่างปลอดภัยโดยไม่ให้เจ็บ

เทคนิคถูกต้องสำหรับทุกสถานการณ์ — ขยับตัวไม่ได้เลย มีแขนอ่อนแรง หรือเพิ่งผ่าตัด พร้อมแนะนำเสื้อผ้าที่อาจเหมาะ

📅 ทบทวนล่าสุด 4 สิงหาคม 2569 ⏱ อ่าน 7 นาที 👕 สุขอนามัย
การดึงเสื้อผ้าแรงๆ โดยไม่รู้เทคนิค อาจทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวด ผิวถลอก หรือข้อต่อบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว
หลายบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผู้ป่วยโดยการดึงเสื้อผ่านศีรษะแบบเดิมที่ทำกับคนปกติ — แต่ผู้ป่วยที่ข้อต่อแข็ง กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีแผล ต้องการเทคนิคที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทำผิดซ้ำๆ สะสมเป็นความเจ็บปวดที่ผู้ป่วยบอกไม่ได้

สิ่งที่มักเข้าใจผิด

  • "รีบให้เสร็จเร็วคือดี"
  • "ใส่แขนไหนก่อนก็ได้"
  • "ผู้ป่วยไม่พูดแปลว่าไม่เจ็บ"
  • "เสื้อผ้ารัดหน่อยไม่เป็นไร"

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง

  • การดึงรั้งเพื่อความเร็วเพิ่มแรงเสียดสีและอาจทำให้เจ็บ
  • ในผู้ที่มีข้างอ่อนแรงหรือเจ็บ ลำดับมีผลต่อความปลอดภัยของข้อ
  • สีหน้า การเกร็ง หรือการขมวดคิ้ว เป็นสัญญาณที่ต้องอ่าน
  • ตะเข็บ กระดุม หรือขอบยางที่กดผิว คือแรงกดเฉพาะจุดที่มองข้ามง่าย

กฎพื้นฐานก่อนเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้า

ก่อนจะรู้วิธีเปลี่ยนเสื้อผ้า ต้องเข้าใจหลักการพื้นฐานก่อน เพราะถ้าทำผิดหลักการ ต่อให้เทคนิคดีแค่ไหนก็ยังเจ็บอยู่

📌 กฎสำคัญ 3 ข้อ

  • ถอดจากแขนแข็งแรงก่อน ใส่จากแขนอ่อนแรงก่อน — กฎนี้ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ที่มีแขนอ่อนแรงข้างหนึ่ง จำง่ายๆ ว่า "ออกจากดี เข้าหาอ่อน"
  • เคลื่อนเสื้อผ้า ไม่ใช่เคลื่อนตัวผู้ป่วย — ดึงเสื้อผ้าออกจากใต้ตัวผู้ป่วยโดยม้วนหรือดึงทีละน้อย แทนที่จะยกหรือเลื่อนตัวผู้ป่วย
  • ช้าๆ และถามผู้ป่วยทุกขั้นตอน — ถ้าผู้ป่วยสื่อสารได้ ถามทุกครั้งก่อนขยับ ถ้าสื่อสารไม่ได้ สังเกตสีหน้าและกล้ามเนื้อเกร็งแทน
ผู้ดูแลเลือกเสื้อผ้าฝ้ายหลวมและระบายอากาศได้ดี
เสื้อผ้าหลวมและตะเข็บไม่กดผิวมักช่วยให้สบายขึ้น

วิธีเปลี่ยนเสื้อผ้า — เลือกตามสภาพผู้ป่วย

จำไว้: ถอดจากแขนแข็งแรงก่อน → ใส่จากแขนอ่อนแรงก่อน

วิธีถอดเสื้อ (แบบมีแขนอ่อนแรง)

  1. แก้กระดุมหรือดึงซิปออกทั้งหมด

    ถ้าเป็นเสื้อแบบกระดุมหน้า แก้จากบนลงล่าง ถ้าเป็นเสื้อสวมหัว เริ่มจากดึงขึ้นมาเหนือท้องก่อน

  2. ถอดแขนข้างที่แข็งแรงออกก่อน

    ดึงแขนเสื้อออกช้าๆ อย่าดึงเสื้อ — ให้ดึงแขนเสื้อลงมาตามแนวแขน ไม่ดึงออกด้านข้าง

  3. ดึงเสื้อผ่านศีรษะ (ถ้าสวมหัว)

    รวบปลายเสื้อด้านหลังขึ้นมาผ่านศีรษะก่อน แล้วค่อยดึงออกทางด้านหน้า อย่าดึงตรงๆ จะดึงคอ

  4. ถอดแขนข้างที่อ่อนแรงออกทีหลัง

    รองรับข้อศอกและข้อมือด้วยมืออีกข้าง ค่อยๆ ดึงแขนเสื้อออกทีละนิ้ว ไม่ดึงแรง

วิธีใส่เสื้อ (แบบมีแขนอ่อนแรง)

  1. สอดแขนข้างที่อ่อนแรงเข้าก่อน

    จับข้อมือและข้อศอกค้ำไว้ สอดแขนเสื้อเข้าไปก่อนแล้วดึงขึ้นมาถึงหัวไหล่

  2. สวมผ่านศีรษะ (ถ้าสวมหัว)

    ดึงคอเสื้อขยายออก สวมจากด้านหน้าผ่านศีรษะ ไม่ดึงจากด้านหลัง

  3. สอดแขนข้างที่แข็งแรงเข้าทีหลัง

    ผู้ป่วยสอดเองได้ถ้าทำได้ หรือช่วยจับแขนเสื้อให้กางออก

  4. ติดกระดุมหรือดึงซิปให้เรียบร้อย

    ตรวจให้แน่ใจว่าเสื้อไม่ย่นหรือรวมอยู่ใต้ตัวผู้ป่วย — รอยย่นของเสื้อเป็นสาเหตุของแผลกดทับได้

สำหรับผู้ป่วยที่ขยับตัวได้น้อยมาก การเปลี่ยนเสื้อต้องใช้วิธี "ม้วนและพลิก" แทนการดึงออก

  1. เตรียมเสื้อตัวใหม่ไว้ใกล้มือ

    ม้วนเสื้อตัวใหม่ให้กะทัดรัดก่อน จะได้ใส่ได้เร็วหลังถอดเสื้อเก่าออก ผู้ป่วยจะได้ไม่หนาวนาน

  2. ถอดแขนออกทั้งสองข้าง ทิ้งเสื้อไว้ใต้หลัง

    ดึงแขนเสื้อออกทีละข้าง แล้วรวบเสื้อไว้ที่ใต้หลังผู้ป่วย ยังไม่ต้องดึงออกทั้งตัว

  3. พลิกตัวผู้ป่วยไปข้างหนึ่ง

    พลิกตัวผู้ป่วยตะแคงเล็กน้อย ดึงเสื้อเก่าออกจากด้านใต้หลัง แล้วใส่เสื้อใหม่ครึ่งหลังไว้ใต้หลัง

  4. พลิกตัวกลับ ดึงเสื้อใหม่ออกมาด้านหน้า

    พลิกตัวผู้ป่วยกลับมา ดึงชายเสื้อที่ซ่อนอยู่ใต้หลังออกมาด้านหน้า แล้วสอดแขนทั้งสองข้าง

  5. ตรวจว่าเสื้อไม่มีรอยย่นใต้หลัง

    สอดมือตรวจใต้หลังผู้ป่วย ดึงรอยย่นออกให้เรียบ รอยย่นของเสื้อเป็นจุดกดทับที่ทำให้เกิดแผลได้

⚠️ ขณะพลิกตัวเพื่อเปลี่ยนเสื้อ ให้ใช้โอกาสนี้ตรวจผิวบริเวณหลัง สะโพก และก้นกบไปด้วยเสมอ เพราะเป็นช่วงที่มองเห็นบริเวณเหล่านี้ได้ชัดกว่าปกติ

การเปลี่ยนกางเกงมักทำควบคู่กับการเปลี่ยนผ้าอ้อม แต่มีเทคนิคเฉพาะที่ต้องรู้

  1. เตรียมกางเกงใหม่พร้อมผ้าอ้อมใหม่

    สอดขากางเกงไว้แล้วก่อน รวบกางเกงให้กะทัดรัด พร้อมใส่ได้ทันทีหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม

  2. ดึงกางเกงเก่าลงมาทีละข้าง

    ดึงข้างขวาลงมาถึงเข่า แล้วดึงข้างซ้ายตาม ไม่ดึงพร้อมกันทั้งสองข้างพร้อมกัน เพราะจะยกตัวผู้ป่วยขึ้น

  3. พลิกตัวตะแคง ดึงกางเกงเก่าออก

    พลิกตัวผู้ป่วยตะแคง ดึงกางเกงเก่าออกจากด้านหลัง แล้วใส่กางเกงใหม่ครึ่งหลังไว้ก่อน

  4. เปลี่ยนผ้าอ้อมในท่าตะแคง

    ใช้โอกาสนี้เปลี่ยนผ้าอ้อมและทำความสะอาดผิวก่อนพลิกกลับ ดูวิธีที่ถูกต้องที่ ทำความสะอาดหลังถ่าย

  5. พลิกตัวกลับ ดึงกางเกงใหม่ขึ้น

    พลิกกลับมา ดึงกางเกงใหม่ขึ้นมาทีละข้าง ตรวจว่าไม่มีรอยย่นใต้หลังและก้น

ข้อควรระวังตามสภาพผู้ป่วย — สำคัญกว่าชนิดผ้า

เสื้อผ้าแบบไหนที่เหมาะ — เลือกจากความสบายและการเข้าถึงอุปกรณ์

การเลือกเสื้อผ้าที่ถูกต้องช่วยให้การเปลี่ยนเสื้อผ้าง่ายขึ้นมาก และลดความเสี่ยงต่อผิวผู้ป่วยด้วย

👔

เสื้อกระดุมหน้าหรือซิปหน้า

เปลี่ยนได้ง่าย ไม่ต้องยกแขนหรือดึงผ่านศีรษะ เหมาะมากสำหรับผู้ป่วยที่ขยับแขนได้น้อย

แนะนำสูงสุด
👕

เสื้อคอกว้าง เนื้อผ้าหยืดหยุ่น

ถ้าต้องใช้เสื้อสวมหัว เลือกแบบคอกว้างและผ้ายืดหยุ่นได้ดี จะสวมง่ายกว่าและไม่ดึงคอ

ใช้ได้
🩳

กางเกงเอวยางยืดหรือผ้าลอยตัว

ไม่มีกระดุม ซิป หรือเข็มขัด ดึงขึ้นลงง่าย เหมาะมากสำหรับใช้คู่กับผ้าอ้อม

แนะนำสูงสุด
🌙

เสื้อผ้าคอตตอน 100%

ระบายอากาศดี ดูดซับเหงื่อ ไม่ทำให้ผิวระคาย เหมาะกับสภาพอากาศร้อนในไทย

แนะนำ
🚫

เสื้อคอแคบหรือรัดแน่น

ดึงยาก ต้องยกแขนสูง เสี่ยงทำให้เจ็บ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ข้อไหล่แข็ง

ควรหลีกเลี่ยง
🚫

เสื้อมีกระดุม ซิป หรือขอบแข็งด้านหลัง

กระดุมหรือขอบแข็งที่อยู่ใต้หลังเป็นจุดกดทับโดยตรง สาเหตุของแผลกดทับที่หลายบ้านมองข้าม

ควรหลีกเลี่ยง
💧

รอยย่นของเสื้อผ้าใต้หลังผู้ป่วยเป็นหนึ่งในสาเหตุที่มักถูกมองข้าม ยิ่งผิวบริเวณนั้นมีความชื้นสะสม เช่น เหงื่อหรือความอับ รอยย่นเล็กๆ ก็ยิ่งทำให้ผิวระคายเคืองและเสียหายได้เร็วกว่า การดูแลผิวให้มีชั้นป้องกันที่ดีจึงสำคัญพอๆ กับการเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสม

ตารางสรุป — เลือกวิธีตามสภาพผู้ป่วย

สภาพผู้ป่วย ระดับ วิธีที่เหมาะสม เสื้อที่แนะนำ
มีแขนอ่อนแรงข้างหนึ่ง ยังขยับตัวได้บ้าง 🟡 ปานกลาง ถอดจากแข็งก่อน ใส่จากอ่อนก่อน เสื้อกระดุมหน้า / ผ้ายืดคอกว้าง
ขยับตัวได้น้อยมาก ต้องใช้คนช่วยทั้งหมด 🟠 ยาก วิธีม้วนและพลิกตัว เสื้อกระดุมหน้าหรือซิปหน้าเท่านั้น
ขยับตัวไม่ได้เลย นอนนิ่งตลอด 🔴 ยากมาก ม้วนเสื้อ พลิกตัวช้าๆ ดึงออก-ใส่ใต้หลัง เสื้อเปิดหลัง (Hospital gown) หรือกระดุมหน้า
เพิ่งผ่าตัด มีแผล หรือมีท่อสาย 🔴 ต้องระวังมาก ปรึกษาพยาบาลก่อนเปลี่ยนวิธีเอง เสื้อเปิดหลัง / เสื้อเปิดข้างตามคำแนะนำแพทย์

ข้อควรระวังที่พบบ่อย

สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ

✅ ควรทำ

  • เตรียมเสื้อใหม่ไว้ก่อนถอดเสื้อเก่า
  • ถอดแขนแข็งแรงก่อน ใส่แขนอ่อนแรงก่อน
  • ตรวจรอยย่นใต้หลังทุกครั้ง
  • ตรวจผิวระหว่างเปลี่ยนเสื้อผ้า
  • ถามผู้ป่วยว่าสบายหรือเจ็บ
  • เปลี่ยนทันทีที่เสื้อผ้าเปียกหรือเปื้อน

❌ ไม่ควรทำ

  • ดึงแขนออกข้างเดียวพร้อมกัน
  • ดึงเสื้อผ่านศีรษะแรงๆ โดยไม่ขยายคอเสื้อก่อน
  • ทิ้งรอยย่นไว้ใต้หลัง
  • ใช้เสื้อที่มีกระดุมหรือสายด้านหลัง
  • เปลือยตัวผู้ป่วยนานในห้องเย็น
  • รีบจนไม่ได้ตรวจผิวระหว่างเปลี่ยน

ควบคู่กับการเปลี่ยนเสื้อผ้า ต้องทำอะไรเพิ่ม?

การเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นส่วนหนึ่งของตารางดูแลทั้งหมด สิ่งที่ต้องทำควบคู่กัน

⚠️ ถ้าผู้ป่วยแสดงอาการเจ็บปวดชัดเจนระหว่างเปลี่ยนเสื้อผ้า อย่าฝืนต่อ — หยุดและประเมินว่ามีข้อต่อ กล้ามเนื้อ หรือผิวหนังที่บาดเจ็บอยู่หรือไม่ ควรปรึกษาพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินท่าที่เหมาะสม

สรุปสำหรับคนดูแล — ตัดสินใจง่ายๆ

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีความถี่เดียวสำหรับทุกคน ให้เปลี่ยนเมื่อเสื้อผ้าชื้น เปื้อน ไม่สบาย หรือรบกวนผิว และปรับตามเหงื่อ สภาพผิว อุณหภูมิห้อง กิจกรรม และ care plan การเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ใช้แทนการเปลี่ยนท่าหรือประเมินผิว
กฎง่ายๆ คือ "ถอดจากแขนแข็งแรงก่อน ใส่จากแขนอ่อนแรงก่อน" เวลาถอดเสื้อ ถอดข้างที่แข็งแรงออกก่อน แล้วค่อยดึงผ่านศีรษะ และถอดข้างที่อ่อนแรงออกทีหลัง เวลาใส่เสื้อ สอดแขนข้างที่อ่อนแรงเข้าก่อน แล้วสวมผ่านศีรษะ ค่อยสอดแขนข้างที่แข็งแรงตามหลัง
เสื้อที่อาจเหมาะคือเสื้อผ้าเปิดหน้า แบบกระดุมหน้าหรือซิปหน้า เนื้อผ้านุ่มและระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าฝ้าย ไม่มีกระดุม ซิป หรือขอบแข็งด้านหลังที่จะกดทับผิว หลีกเลี่ยงเสื้อแบบสวมหัวถ้าผู้ป่วยขยับคอได้น้อย และเสื้อที่รัดแน่นเกินไปที่ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก
เรียบเรียงโดย BedriddenCare · ตรวจทานโดย ทีมวิชาการ Genki House · ทบทวนล่าสุด 4 สิงหาคม 2569
แหล่งอ้างอิงหลักของหน้านี้
1. Cambridge University Hospitals NHS Foundation Trust. One-handed living tips — เข้าถึง ส.ค. 2026
2. Guy's and St Thomas' NHS Foundation Trust. Daily tasks using 1 hand — เข้าถึง ส.ค. 2026